
| วัดเจดีย์หลวงวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่มีชื่อเรียกหลายชื่อได้แก่ราชกุฏาคารวัดโชติการามสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัดสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1928-พ.ศ. 1945 วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณมีการบูรณะมาหลายสมัยโดยเฉพาะพระเจดีย์ที่ปัจจุบันมีขนาดความกว้างด้านละ 60 เมตรเป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ | |
|
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พญาผายูกษัตริย์เชียงใหม่ราชวงศ์เม็งรายโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1888 เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหารตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ถนนสามล้านตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ วัดพระสิงห์ฯเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เป็นประดิษฐานพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา พระพุทธรูปเป็นศิลปะเชียงแสนรู้จักกันในชื่อ "เชียงแสนสิงห์หนึ่ง" |
|
| ขึ้นสู่ที่สูงสุดแดนสยามดอยอินทนนท์ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยสัมผ้สอากาสอันหนาวเย็นบนยอดเขาสูงประมาณ 2,565.3355 เมตรประกาศเป็นอุทยานฯเมื่อพ.ศ.2515 ประกาศเป็นอุทยานฯเป็นลำดับที่6 ของประเทศไทยมีพื้นที่482.4 ตารางกิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทองอำเภอแม่แจ่มอำเภอแม่วางและกิ่งอำเภอดอยหล่อจังหวัดเชียงใหม่ดอยอินทนนท์แต่เดิมดอยนี้มีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ดอยหลวงมาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มากชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดอยหลวง" | |
| กิจกรรมผจญภัยโดยมีกิจกรรมการนั่งช้าง (Elephant Riding) ชมธรรมชาติก่อนที่จะนั่งช้างชมธรรมชาติเราจะได้ชมการแสดงของช้างก่อนประมาณ50 นาทีจากบรรดาบรรดาช้างแสนรู้ต่างๆจากนั้นก็นั่งช้างซึ่งเขาจะเรียกว่า“ช้างแท็กซี่” เลียบริมฝั่งแม่น้ำแม่แตงบริเวณใกล้กับแค้มป์ของปางช้างกับป่าธรรมชาติอันสวยงามที่'ปางช้างแม่ตะมาน' สำหรับปางช้างแม่ตะมานตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริมบนพื้นที่กว่า25 ไร่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของทิวเขาสายน้ำและวัฒนธรรมชาวท้องถิ่นชนบทเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมและทำกิจกรรมร่วมกับช้างมาแล้วมากกว่า 10 ปีคือเปิดมาตั้งแต่วันที่17 สิงหาคมพ.ศ. 2530 เริ่มต้นจากช้างเพียง10 เชือกจนกระทั่งปัจจุบันปางช้างแม่ตะมานมีช้างรวมทั้งหมดถึง60 เชือกแล้ว | |
| โหนสลิงzip wiring ที่Flight of the Gibbon และที่ Zip lineผจญภัยเชิงนิเวศน์ด้วยการโหนสลิงและสะพานเวหาราวกับชะนีป่าที่เคลื่อนตัวจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งและต้นต่อๆไปท่ามกลางป่าดิบชื้นเก่าแก่ที่มีอายุกว่า1,500ปีระหว่างที่เราเหิรเวหาด้วยการโหนสลิงอยู่นั้นเราก็จะได้เพลิดเพลินและได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ได้ยินเสียงธารน้ำตกไหลเอื่อยเคล้าคลอไปกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสลับกับเสียงกรี๊ดกร๊าด วี๊ดว้าย และเสียงหัวเราะของนักผจญภัยอย่างพวกเราช่างเป็นบรรยากาศที่สนุกสนานคลายเครียดได้ดีจริงๆในป่านี้มีนกอยู่หลายชนิดทีเดียวซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดสังเกตการณ์เฉพาะสำหรับนักวิจัยทางชีววิทยาเท่านั้น | |
| กิจกรรมการนั่งเรือยางล่องแก่ง (Whitewater Rafting)โดยเริ่มต้นล่องเรือตามลำน้ำแม่แตงระยะทางประมาณ7 กิโลเมตรซึ่งจะล่องเรือผ่านแก่งหินที่มีระดับความยากของแก่งอยู่ระหว่างระดับ3-5 ( Class of Rapid 3-5) ให้ความรู้สึกอันแสนสนุกตื่นเต้นเร้าใจ | |
| กิจรรมล่องแพไม้ไผ่( Bamboo Rafting) สัมผัสกับบรรยากาศการนั่งแพไม้ไผ่แบบดั้งเดิมชมธรรมชาติสองฝากฝั่งที่สงบเงียบและสวยงาม | |
|
หอศิปวัฒนธรรมสัมผัสแก่นแท้เรื่องราวความรู้ของเมืองเชียงใหม่ที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ตั้งอยู่ณบริเวณที่อดีตเรียกว่าสะดือเมืองหรือกลางเวียง สถานที่ที่พระมหากษัตริย์3 พระองค์คือ พญามังรายแห่งอาณาจักรล้านนาไทย พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัย และพญางำเมืองแห่งอาณาจักรพะเยา ทรงร่วมกันพิจารณาสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทย ด้วยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชัยภูมิอันเป็นมงคลหลักฐานต่างๆนับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมาก็คือเคยเป็นที่ตั้งของเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมืองไม้หมายเมืองบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดสะดือเมืองวัดอินทขีลการจัดแสดงนิทรรศการถาวรแบ่งออกเป็น15 ห้อง บริเวณชั้นล่างมีอยู่7 ห้องได้แก่ ห้องวีดิทัศน์ซึ่งฉายเรื่องเชียงใหม่วันนี้ ห้องก่อนจะเป็นเมืองเชียงใหม่ ห้องอารยธรรมสองลุ่มน้ำ ห้องสร้างบ้านแปงเมือง ห้องความสัมพันธ์กับภูมิภาค ห้องหกร้อยปีล่วงแล้ว และห้องสิ่งดีงามของเชียงใหม่ ส่วนชั้นบนแบ่งออกเป็น8 ห้องได้แก่ห้องประวัติอาคารห้องเจ้าหลวงเชียงใหม่ ห้องชีวิตริมฝั่งแม่น้ำปิง ห้องคนในเวียง ห้องคนนอกเมือง ห้องประปกเล้า ห้องสังคมเกษตรกรรม และห้องคนบนดอยซึ่งแต่ละห้องจะใช้สื่อจัดแสดงที่ทันสมัยหลายอย่างเช่นป้ายคำบรรยายภาพโปร่งแสงทึบแสงแผนที่แผนผังโบราณศิลปวัตถุ หุ่นและฉากวิถีชีวิตจำลองขนาดเท่าจริงหุ่นจำลองขนาดเล็กและสื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์ทั้งภาพและเสียงในการจัดแสดง ให้มีบรรยากาศคล้ายของจริงตัวอย่างเช่น ห้องสร้างบ้านแปงเมืองนำเสนอด้วยหุ่นจำลองแสดงภาพทิวทัศน์ดอยสุเทพและแม่น้ำปิง อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของชัยภูมิเมือง เนื้อหาจะสื่อถึงแนวคิดและความเชื่อเรื่องชัยมงคล7 ประการ ซึ่งมีผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร การแสดงเนื้อหาของแต่ละห้องจึงน่าสนใจและน่าติดตาม โดยมีเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเชียงใหม่แต่งกายพื้นเมืองคอยให้คำแนะนำ |
|
| |
|
